วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2553

โหย่งเหิง ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพดี



ยาน้ำสมุนไพรจีน โหย่งเหิง ผลิตจากโรงงานผลิตที่ทันสมัย โดยซื้อสูตรมาจากประเทศจีน สมัยราชวงศ์ฮั่น เป็นตำรับยาที่ใช้กันมากว่า 500 ปี เป็นสูตรที่ผลิตในราชวังเท่านั้น จึงเป็นตำรับยาที่มีตัวยาสมุนไพรจีนกว่า 30 ชนิด และมีหลายตัวที่มีราคาแพงมาก



ตัวยาสมุนไพรจีนใน "โหย่งเหิง" แต่ละชนิดจะแยกทำหน้าที่บำรุงอวัยวะต่างๆในร่างกายของเราให้ทำงานเป็นปกติ ร่างกายคนเราเหมือนเครื่องจักร เมื่ออวัยวะต่างๆทำงานสอดคล้องกัน คนจีนเรียกว่าปรับสมดุลย์ ก็จะทำให้ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ สุขภาพแข็งแรง และถึงขั้นหายจากโรคต่างๆได้


โรงงานผลิตตั้งอยู่ที่ ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยใช้งบก่อสร้าง 200 ล้านบาท เนื้อที่ 4 ไร่ ตัวโรงงาน 4 ชั้น ภายในประกอบด้วยกระจก2ชั้น สามารถเข้าเยี่ยมชมและดูการผลิตได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนชุด ชั้น 2 เป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ จอดรถได้ 50 คัน มีผู้สนใจเข้าชมจำนวนมาก


ขั้นตอนในการผลิต เอาสมุนไพรจีนทั้ง 30 กว่าชนิดใส่ถังหมักเพื่อให้สมุนไพรทั้งหมดเปื่อยและตกตะกอน เพื่อเอาเศษสมุนไพรที่เป็นอันตรายออกให้หมด ขั้นตอนนี้ใช้เวลา 2-3 เดือน พอตัวยาสะอาดดีแล้ว ทำขั้นต่อไปโดยย้ายตัวยาทั้งหมดใส่ถังขนาดใหญ่เพื่อทำการตุ๋นยาด้วยไอน้ำ 30 องศา เป็นเวลา 1 ปี

เมื่อผ่านขั้นตอนบ่มแล้ว ตัวยาทั้งหมดจะผสมกันตามสูตรแล้ว ต้องนำมากรองกากและตะกอน ด้วยเครื่องกรองหยาบและกรองละเอียด จนเหลือแต่สรรพคุณของตัวยาที่บริสุทธ์สะอาดปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างจึงนำมากรอกใส่ขวดแก้วด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ทุกขั้นตอนอยู่ในความตรวจสอบ ดูแล ด้วยเภสัชกรระดับ ดอกเตอร์

ขนาดรับประทาน ทานครั้งละ 10 CC ก่อนอาหาร เช้าและก่อนนอน วันละ2ครั้ง จะเห็นผลว่าดีประมาณ 7 วัน กินต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ถึงขั้นหาย (ควรปรึกษาผู้รู้และมีประสบการณ์)


ราคาจำหน่าย

โหย่งเหิงขวดใหญ่ ขนาด 730 cc ขายปลีก 2900 ราคาสมาชิก 2500 คะแนน 1700 pv

โหย่งเหิงขวดกลาง ขนาด 400 cc ขายปลีก 1500 ราคาสมาชิก 1375 คะแนน 850 pv

โหย่งเหิงขวดเล็ก ขนาด 175 cc ขายปลีก 750 ราคาสมาชิก 650 คะแนน 425 pv

สนใจสั่งซื้อสินค้า
คุณกฤษฏา พลชำนาญ 081-5342447

เกี่ยวกับจอยมาร์ท

บริษัท จอยมาร์ท จำกัด เป็นส่วนหนึ่งในเครือบริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือเดิมคือ บริษัท เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ตเวิร์ค จำกัด และเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือทางการตลาดในระบบเครือข่ายขายตรง ของเจริญโอสถฯ โดยรูปแบบจะมีลักษณะเหมือนแฟรนส์ไชน์ ซึ่งจะมีทั้งขนาด เล็ก กลาง และห้างขนาดใหญ่ โดยส่วนหนึ่งบริษัทจะเป็นผู้ลงทุนขยายสาขาเอง และเปิดโอกาสให้นักธุรกิจอิสระสามารถซื้อแฟรนส์ไชน์ เปิดเป็นศูนย์ได้ ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จากทั้งสถานที่ให้คุ้มค่า จากเดิมที่อาจเปิดเป็นศูนย์กระจายสินค้าธรรมดาทั่วไปมาเป็น ร้านขายตรงสะดวกซื้อ ซึ่งสามารถทำได้ทั้ง ขายปลีก ขายส่ง และขายตรง อย่างเช่นถ้าเป็นตึกแถว ชั้นล่างอาจเปิดเป็นมินิมาร์ท ส่วนชั้นบนอาจทำเป็นห้องประชุม หรือสำนักงานขยายงานเครือข่าย เป็นศูนย์กระจายสินค้าของบริษัท ด้วยสินค้าหลากหลายกลุ่ม ทำให้สมาชิกสามารถสร้างเครือข่ายที่มั่นคงได้
รูปแบบและระบบของ จอยมาร์ท มีการพัฒนาปรับปรุงให้ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นในอนาคต จอยมาร์ท จะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างธุรกิจให้เติมโตและยั่งยืนอย่างแท้จริง

ซึ่งการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ ดร.สมชาย หัชลีฬหา หัวเรือใหญ่ ได้ให้เหตุผลว่า ต้องการปรับให้สู่ความเป็นสากลมากขึ้น แต่แม้ว่าจะเปลี่ยนชื่อแล้วความเป็น “เจริญโอสถ” ก็ยังคงอยู่ เพียงแต่เพื่อให้เกิดความเหมาะสม โดยความหมายของ “จอย” นั้นหมายถึง หากต้องการผู้บริโภคก็จะเข้ามาที่ร้านขายตรงสะดวกซื้อจอยมาร์ท แต่ถ้าหากต้องการลงทุนทำธุรกิจ สร้างอาชีพ ก็ต้องมาที่ “คอยน์” ก่อนกล่าวถึงการสร้างแบรนด์ จอยน์ แอนด์ คอยน์ นั้น ดร.สมชายได้เล่าให้ฟังว่าไอเดียเรื่องขายตรงสะดวกซื้อ “จอยมาร์ท” นั้น ทุกวันนี้ถือว่ามีเพียง “จอย แอนด์ คอยน์” แห่งแรกและแห่งเดียวเท่านั้นที่สรรค์สร้างคอนเซ็ปท์นี้ขึ้นมา และการเปิด “จอยมาร์ท” นั้น ได้ให้ประสบการณ์ในมุมมองอะไรมากมายกับหัวเรือใหญ่

“เมื่อก่อนเราเน้นขยายเพิ่มให้มีจำนวนมากขึ้น แต่เวลานี้เราเข้าใจแล้วว่า การขยายนั้นจำเป็นต้องรักษาตัวเองให้อยู่รอด และเข้าใจในรูปแบบด้วย ต้องกล้าลงทุน แต่คนส่วนใหญ่เข้ามาทำธุรกิจก็จะมองผลประโยชน์อย่างเดียว ถ้าไม่ได้ก็เลิก แต่สำหรับ “จอยมาร์ท” เป็นการลงทุนระยาว และไม่ได้ให้ผลตอบแทนสูงเหมือนขายตรงทั่วไป เพราะจอยมาร์ทนำสินค้าที่บริโภคอยู่ทุกวันอยู่แล้ว ซึ่งมีกำไรต่ำ ทำให้การเอามาแบ่งปันผลตอบแทนย่อมไม่ได้เยอะ และต้องแบ่งกำไรให้ผู้บริโภคด้วย”

ปัจจุบันนี้ “จอยมาร์ท” มีอยู่ราว 30-40 สาขา ซึ่ง ดร.สมชาย บอกว่า มีคนติดต่อเข้ามาขอเปิดเพิ่มตลอดเวลา แต่ถ้าเห็นว่าไม่พร้อมก็จำเป็นต้องปฏิเสธไปจริงๆ แล้วหากเป็นร้านโชห่วยเข้ามาก็จะเปิดให้เลย แต่ยังมีน้อย เพราะอาจยังไม่เข้าใจในรูปแบบการตลาด ที่ไม่ใช่ทำธุรกิจคนเดียว บางคนยังคิดว่าไม่สำคัญ ไม่กล้าทำ และไม่เห็นด้วยที่ต้องแบ่งกำไรให้ผู้บริโภคกลับมาที่การสร้างแบรนด์ ซึ่ง ดร.สมชาย กล่าวว่าการสร้างแบรนด์นั้นจำเป็นต้องใช้ระยะเวลายาวนาน อย่างน้อยก็ต้อง 5 ปีขึ้นไป ซึ่งเมื่อถึงเวลาก็อาจจำเป็นต้องมีการรีโนเวตใหม่ เพื่อให้เกิดการทันยุคทันสมัย การรีแบรนด์ดิ้งมาเป็น “จอย แอนด์ คอยน์” นั้น ก็เพื่อให้เกิดความเป็นสากลทันสมัย เอาเทคโนโลยีในหลายด้านมาประสานกัน โดยยึดเทรนด์หลักของบริษัทที่คำว่า “สะดวกซื้อ” ซึ่งเวลานี้สามารถพูดได้ว่า เรามีความหลากหลายเป็นที่หนึ่งในขายตรง ด้วยสินค้าที่นับหมื่นรายการและยังมีการขยายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้กล้าพูดได้ แต่ความหลากหลายจะเป็นประโยชน์อย่างไรนั้น จึงต้องหันมาตอกย้ำที่ความสะดวกซื้อ และเมื่อผู้บริโภคยอมรับ ก็ต้องมีการซัพพอร์ตที่ดี ให้มีความสะดวกทุกช่องทาง ทุกธุรกรรมที่ผู้บริโภคและสมาชิกเดินเข้ามา“ยิ่งในประเด็นเรื่องสินค้า ซึ่งมีนับหมื่นรายการนั้น เราต้องสร้างระบบให้สามารถคุมได้ง่าย ต้องคอนโทรลและบริหารสต็อกได้ เพราะตรงนี้แค่โกดังก็เหนื่อยแล้ว ฉะนั้น ต้องมีการจัดการด้านไอทีด้วย ซึ่งเราต้องการให้เป็นร้านสะดวกซื้อที่แทบไม่ต้องมีสต็อก ต้องปรับบริหารให้เป็นแบบเสิร์ฟทันเวลา”

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น เป็นเพียงมุมมองส่วนหนึ่งของ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ที่เป็นผู้ปลุกปั้นแบรนด์ “เจริญโอสถ” ให้ติดหูผู้บริโภคได้มาถึงทุกวันนี้ และต่อไปนี้คือบทพิสูจน์บทใหม่กับการสร้าง “จอย แอนด์ คอยน์” ในชื่อ “จอยมาร์ท” ให้สามารถก้าวไกลไปในระดับสากล